สยบลมพิษง่ายๆ..ด้วยสมุนไพร!!





ลมพิษ (Hives) เป็นภูมิแพ้ชนิดหนึ่ง ซึ่งมีทั้งลมพิษชนิดเฉียบพลัน และลมพิษชนิดเรื้อรัง เกิดขึ้นเมื่อร่างกายมีปฏิกิริยาต่อสิ่งที่แพ้ เช่น อาหาร สารปรุงแต่งในอาหาร หรือยาปฏิชีวนะบางตัว ในบางรายอาจเกิดจากการติดเชื้อ เช่น หวัด ฟันผุ ไซนัสอักเสบ ไวรัสตับอักเสบ หรือแม้กระทั่งพิษแมลงสัตว์กัดต่อย ก็เป็นสาเหตุของลมพิษได้เช่นกัน
     นอกจากนี้ ยังเป็นผลมาจากการแพ้อากาศหนาว ฝุ่น เกสรดอกไม้ ขนสัตว์ สารเคมีต่างๆ หรือแม้กระทั่งแสงแดด ล้วนเป็นสาเหตุที่กระตุ้นให้เกิดอาการได้เช่นกัน แต่สำหรับบางคนก็ไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้
ลมพิษ2
     เมื่อเกิดอาการแพ้ ร่างกายจะสร้างสารที่เรียกว่าฮีสตามีน (histamine) ออกมาจากเซลล์ในชั้นใต้ผิวหนัง ทำให้หลอดเลือดฝอยขยายตัว และมีพลาสมา (น้ำเลือด) ซึมออกมาในชั้นผิวหนัง จนเกิดเป็นผื่นนูนแดง ส่วนใหญ่ผื่นจะหายไปเองภายใน 3-4 ชั่วโมง บางรายอาจเป็นอยู่นานหลายวันหรือหลายสัปดาห์
รักษาลมพิษด้วยสมุนไพร
     การทาขี้ผึ้งหรือโลชั่น เป็นเพียงการช่วยบรรเทาอาการคันได้ ในชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น แต่ทางที่ดี เมื่อมีอาการลมพิษไม่ควรเกา เพราะการเกาจะไปกระตุ้น ให้ผื่นลมพิษยิ่งขยายมากขึ้น และที่สำคัญควรจดรายการอาหารหรือยาที่กินก่อนเป็นลมพิษ ถ้าหากเป็นซ้ำอีกบันทึกนี้ จะช่วยให้รู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุ แล้วงดสิ่งนั้น
หากลองวิธีข้างต้นแล้วยังไม่ได้ผล ลองเหลียวซ้ายแลขวามองหาสมุนไพรใกล้ตัวคุณดูสิคะ ซึ่งสมุนไพรสำหรับรักษาลมพิษมีดังนี้ค่ะ
ใบเสลดพังพอน
สมุนไพรชนิดทา     
   enlightenedสีเสียด นำสีเสียดมาผสมกับปูนแดง (ที่ใช้กินกับหมาก) ใส่น้ำพอหมาด ใช้ทาบริเวณที่เป็นลมพิษ    
   
enlightenedใบพลู นำใบพลูมาตำให้ละเอียด ผสมกับเหล้าขาว ใช้ทาบริเวณที่เป็นลมพิษ
   enlightenedหัวข่าแก่ นำหัวข่าแก่มาตำให้ละเอียด ผสมเหล้าขาว นำมาทาบริเวณที่เป็นลมพิษ
   enlightenedใบเสลดพังพอน นำใบหรือต้นของเสลดพังพอนตำกับแป้งดินสอพอง ผสมเหล้า ใช้ทาบริเวณที่เป็นลมพิษ
     


หมายเหตุ ใช้สมุนไพรเหล่านี้ในปริมาณที่พอเหมาะกับบริเวณที่เป็น และใช้ปูนแดงหรือเหล้าขาวซึ่งเป็นตัวทำปฏิกิริยาในปริมาณเล็กน้อย

สมุนไพรชนิดกิน


enlightenedนำใบขิงสด ใบพริกไทยสด และใบคนทีสอ อย่างละเจ็ดใบมาโขลกรวมกัน แล้วคั้นเอาน้ำที่ได้มาดื่มแก้ลมพิษ
enlightenedนำต้นขลู่นา (ทั้งราก ต้น ใบ และดอก) ต้มกับน้ำสะอาดดื่มบ่อยๆ นอกจากจะช่วยขับปัสสาวะได้แล้ว ยังช่วยบรรเทาอาการลมพิษได้อีกทางหนึ่ง

ป้องกันด้วยอาหาร
    เมื่อภูมิชีวิตตก จะส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอลง การฟื้นฟูสมรรถนะของร่างกาย จะเป็นไปอย่างไม่เต็มที่ เพราะแมสต์เซลล์ (mast cell) ถูกทำลาย จึงเกิดอาการแพ้ได้ง่ายกว่าคนปกติ
    ในสมัยก่อนคนโบราณจะนำดอกแค ยอดแค หยวกกล้วย และหัวปลีมาปรุงอาหาร เพราะมีสารอาหารที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย หรือแม้แต่ผักผลไม้ต่างๆ ก็ช่วยได้เช่นกัน แต่ที่เห็นผลได้อย่างชัดเจน ก็คือกล้วยน้ำว้าและมะละกอสุก
วิธีปฏิบัติตัวหนีลมพิษ
    วิธีง่ายๆ และใกล้ตัวอีก วิธีหนึ่งคือเวลาที่มีอาการลมพิษกำเริบ สามารถบรรเทาอาการได้ โดยการอาบน้ำเย็น และใช้ครีมวิตามินอี นอกจากนั้น ควรกินวิตามินซีเสริมประมาณวันละ 1-2 กรัม และเพื่อเป็นการป้องกันในระยะยาว ควรเลี่ยงอาหารบางอย่าง หรือสิ่งที่แพ้อื่นๆ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดลมพิษ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นค่ะ
อาการลมพิษที่ควรรีบไปพบแพทย์     
1.คันรุนแรงหรือบวมมากบริเวณใบหน้า ตา ปาก และลิ้น     
2.มีอาการเสียงแหบ หรือแน่นหน้าอก หอบ หรือหายใจไม่ออกเฉียบพลัน     
3.มีอาการเป็นลม ช็อก ความดันโลหิตต่ำร่วมด้วย     
4.แต่ละแห่งที่ลมพิษขึ้นผื่นยุบช้า คือเกิดขึ้นนานกว่า 24 ชั่วโมง และหลังจากที่ผื่นบริเวณนั้นหายแล้ว จะมีลักษณะเป็นรอยสีน้ำตาลคล้ำเกิดขึ้น     
5.มีอาการไข้ ปวดข้อ และแพ้แดดร่วมด้วย

 
ขอขอบคุณสำหรับเนื้อหาจาก : นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 153


10 สูตรพิชิตกระแดด…สำหรับคนงบน้อย



  
 กระแดด (Solar Lentigines) จุด หรือ ดวงสีน้ำตาลเล็กๆ ที่เราสามารถพบเห็นได้ตามใบหน้า แขน หลังมือ หรือบริเวณที่โดยแสงแดดบ่อยๆ กระแดด สามารถพบได้มากในหมู่คนสูงอายุ หรือคนที่ทำงานกลางแจ้ง และถือว่าเป็นกระประเภทเดียวที่สามารถบรรเทาให้จางลงจนไม่สามารถมองไม่เห็นได้ค่ะ แต่อยากให้กระหายไปโดยไม่ต้องพึ่งเลเซอร์ วันนี้ไข่เจียวมีวิธีรักษากระแดดจากสูตรธรรมชาติที่สามารถทำเองได้จากที่บ้าน หรือสามารถหาวัตถุดิบได้จากในครัว ถ้าพร้อมแล้วมาลองทำกันเลยค่ะ 
1. นมเปรี้ยว นอกจากจะมีประโยชน์ดีๆต่อร่างกายแล้วนั้น ไม่น่าเชื่อเลยว่านมเปรี้ยวก็สามารถรักษากระแดดได้เหมือนกัน เนื่องจากว่าในนมเปรี้ยวนั้นมีปริมาณกรดแลคติกสูงมากๆ 
สำหรับวิธีใช้ก็สามารถทำได้ง่ายๆค่ะ เพียงแค่ใช้คอตตอนบัดจุ่มลงไปที่นมเปรี้ยว จากนั้นก็นำมาแต้มที่บริเวณที่เป็นกระ ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดค่ะ
2. กระเทียม สูตรนี้มีคนทำแล้วบอกว่าได้ผลดีมากๆค่ะ วิธีทำก็ง่ายมากๆ เพียงแค่นำกระเทียมไปปั่นหรือบดให้ละเอียด จากนั้นนำมาพอกบนบริเวณที่เป็นจุดกระ แล้วทิ้งเอาไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด แนะนำว่าควรทำวันเว้นวัน จนกว่ากระแดดจะค่อยๆจางลงไปค่ะ 
aloe-vera1
3. ว่านหางจระเข้ เพียงแค่นำเอาใบว่านหางจระเข้มาปอกเปลือกออกจนเหลือวุ้นใสๆ จากนั้นนำไปล้างน้ำออกจนหมดเมือก แล้วมาปั่นให้ละเอียด เมื่อได้แล้วก็นำไปทาบริเวณที่เกิดกระขึ้น ทิ้งเอาไว้ประมาณ 15 นาที แนะนำว่าควรทำวันละ 2 ครั้ง ในตอนเช้าและก่อนนอน ทำไปจนกว่ากระจะค่อยๆจางหายไป 


4. น้ำมะนาว สูตรนี้ก็ไม่ยากเหมือนกันค่ะ เพียงแค่นำน้ำมะนาวมาแต้มบางๆบริเวณที่เป็นกระ จากนั้นก็ทิ้งเอาไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด 
Ocimum_sanctum-300x300
5. ใบกระเพราะแห้ง เพียงแค่นำเอาใบกระเพราแห้งมาปั่นให้ละเอียด กะว่าได้ประมาณ 3-4 ช้อนโต๊ะ จากนั้นเติมน้ำที่ผ่านการต้มลงไปประมาณ 100 มิลลิลิตร คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำไปแช่เย็น จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้มาทาในบริเวณที่เป็นกระวันละ 2 ครั้ง แล้วกระจะค่อยๆจางหายไปค่ะ 
6. มันมะพร้าว+น้ำมะนาว เพียงแค่นำน้ำมันมะพร้าวมาผสมรวมกับน้ำมะนาวในปริมาณที่เท่าๆกัน ทำการคนผสมให้กลายเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำไปแต้มในบริเวณที่เป็นกระเป็นประจำทุกวัน จะสามารถช่วยลบเลือนริ้วรอยจากกระให้ลดน้อยลง 
7. หัวไชเท้า เพียงแค่นำหัวไชเท้ามาล้างน้ำให้สะอาดแล้วฝานเป็นแผ่นบางๆ จากนั้นนำไปถูบริเวณที่เป็นกระ วันละ 5-10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดค่ะ 
Cucumber-1


8. แตงกวา เพียงแค่นำแตงกวามาฝานให้เป็นแว่นๆ แนะนำว่าควรทำให้บางมากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ จากนั้นให้นำมาวางบนใบหน้าในบริเวณที่เป็นกระ ทำทุกวันจนกว่ากระจะจางหายไปค่ะ 
9. น้ำมะขามเปียก+น้ำผึ้ง เพียงแค่ทำการคั้นเอาน้ำมะขามเปียก แล้วนำไปตั้งไฟอ่อนจนสุก แล้วผสมเข้ากับน้ำผึ้งคนให้เป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นนำมาทาในบริเวณที่เป็นกระ ทิ้งเอาไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด 


10. ไข่ขาวดิบ เพียงแค่นำไข่ขาวดิบ โดยเฉพาะไข่ขาวที่อยู่รอบๆบริเวณไข่แดงซึ่งจะมีประสิทธิภาพในการช่วยลดรอยจากกระได้มากที่สุด ทาลงบนใบหน้าบริเวณที่เป็นกระวันละ 1 ครั้ง ครั้งละประมาณ 5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดค่ะ 


ขอบคุณเรื่องราวดีๆจาก bedtaledidea.blogspot.com

ประโยชน์ของน้ำมะนาว ดื่มอุ่น ๆ ยามเช้า ดีแค่ไหนต้องพิสูจน์



 ประโยชน์ของน้ำมะนาวเปรี้ยวจี๊ด ชงดื่มอุ่น ๆ สักแก้วยามเช้าก็ทำให้ร่างกายสดชื่น สดใสไปตลอดทั้งวัน แถมยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกเพียบ ดูซิมีอะไรบ้าง  
safe_image
ช่วยย่อยอาหาร


          น้ำมะนาวจะช่วยล้างสารพิษและสิ่งที่ตกค้างอยู่ในร่างกาย เพราะในน้ำมะนาวนั้นมีองค์ประกอบคล้ายคลึงกับน้ำลายและกรดไฮโดรคลอริกที่อยู่ในน้ำย่อย ส่งผลให้ตับผลิตน้ำดีซึ่งเป็นกรดที่จำเป็นในการย่อยอาหาร นอกจากนี้มะนาวยังมีแร่ธาตุและวิตามินสูง ช่วยขับสารพิษที่อยู่ในระบบทางเดินอาหาร ฤทธิ์ในการย่อยของกรดที่มีอยู่ในน้ำมะนาวนั้นจะช่วยบรรเทาอาการเกี่ยวกับอาหารไม่ย่อย อย่างเช่น กรดไหลย้อน ท้องอืด ท้องเฟ้อได้ นอกจากนี้สมาคมมะเร็งในอเมริกายังแนะนำว่าควรจะดื่มน้ำมะนาวอุ่น ๆ เพื่อกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ทำให้ไม่มีสารตกค้างซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดมะเร็งในลำไส้ได้
ช่วยดีท็อกซ์และเป็นยาขับปัสสาวะ 
           น้ำมะนาวจะช่วยขจัดสิ่งต่าง ๆ ในร่างกายออกผ่านออกทางปัสสาวะ ซึ่งจะช่วยทำให้ระบบทางเดินปัสสาวะทำงานดีขึ้น นอกจากนี้กรดซิตริกในน้ำมะนาวยังจะช่วยเพิ่มการทำงานของเอนไซม์ที่ช่วยกระตุ้นตับและช่วยในการล้างสารพิษอีกด้วย
url1
ช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน

 มะนาวมีวิตามินซีสูงช่วยต่อสู้โรคหวัด และยังมีโพแทสเซียมสูงซึ่งจะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองและเส้นประสาท ซึ่งช่วยควบคุมความดันโลหิตด้วย วิตามินซีที่พบในมะนาวนั้นยังช่วยต่อต้านการอักเสบ และช่วยรักษาโรคหอบหืด และโรคอื่น ๆ เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กในร่างกาย ซึ่งธาตุเหล็กนี้มีความสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันอย่างมาก แถมมะนาวเปรี้ยวจี๊ดยังมีซาโปนินซึ่งช่วยต่อต้านเชื้อไข้หวัดและลดเสมหะในร่างกายได้
 enlightenedปรับสมดุลของค่า pH ในร่างกาย 
           แม้ว่ามะนาวมีทั้งกรดซิตริกและแอสคอร์บิก ซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรด แต่เมื่อผสมกับน้ำดื่มแล้วน้ำมะนาวจะมีฤทธิ์เป็นด่าง หรือที่เราเรียกว่า Alkaline Water ซึ่งจะช่วยในการลดความเป็นกรดในเลือด อีกทัั้งแร่ธาตุที่อยู่ในมะนาวยังช่วยปรับสมดุลความเป็นด่างให้แก่เลือด การดื่มน้ำมะนาวเป็นประจำจะช่วยลดความเป็นกรดในร่างกายโดยเฉพาะกรดยูริคซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของอาการปวดและการอักเสบ
13_11_55_Beauty Secret_new2pic2
ทำให้ผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่ง
           วิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระต่าง ๆ สามารถช่วยลดริ้วรอย สิว แก้ปัญหาผิวมัน ทำให้ผิวเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล และช่วยฆ่าแบคทีเรียบางชนิดที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดสิว แถมยังช่วยทำให้สุขภาพผิวดีจากภายในสู่ภายนอก เราสามารถนำมะนาวมาใช้กับแผลเป็นโดยตรงเพื่อทำให้แผลเป็นจางลงได้อีกด้วย ได้ยินแบบนี้แล้วสาว ๆ จะไม่ดื่มน้ำมะนาวได้ไงล่ะเนอะ

Drinking-water-is-a-good-model.-41
ช่วยเพิ่มพลังและทำให้อารมณ์ดีขึ้น
          พลังงานของมนุษย์ส่วนใหญ่มาจากอะตอมและโมเลกุลในอาหารซึ่งประกอบด้วยโมเลกุลประจุบวก ซึ่งเมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วก็จะทำให้ร่างกายทำงานช้าลง แต่มะนาวก็เป็นหนึ่งในอาหารไม่กี่ชนิดที่มีโมเลกุลประจุลบในปริมาณสูง จึงช่วยทำให้ร่างกายมีพลังมากขึ้น นอกจากนี้กลิ่นของน้ำมะนาวยังช่วยปรับอารมณ์ที่ขุ่นมัวให้ดีขึ้น ช่วยชำระล้างจิตใจยังช่วยลดความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าได้อีกด้วยล่ะ



 enlightenedช่วยรักษาแผลและลดการอักเสบ
          วิตามินซีที่อยู่ในน้ำมะนาวมีคุณสมบัติในการรักษาแผลและเป็นสารอาหารที่จำเป็นในการบำรุงรักษากระดูกเนื้อเยื่อและกระดูกอ่อน นอกจากนี้วิตามินซียังมีคุณสมบัติในการต้านการอักเสบ ลดความเครียด ลดอาการบาดเจ็บและช่วยทำให้สุขภาพดีอีกด้วย
 enlightenedลมหายใจสดชื่นขึ้น
          นอกจากทำให้ลมหายใจสดชื่นแล้ว น้ำมะนาวยังช่วยบรรเทาอาการปวดฟันและโรคเหงือกอักเสบได้ แต่กรดซิตริกที่อยู่ในน้ำมะนาวนั้นสามารถกัดกร่อนเคลือบฟันได้เหมือนกัน ดังนั้นเพื่อให้การดื่มน้ำมะนาวได้ผลดีมากกว่าผลเสียเราก็ควรจะแปรงฟันก่อนที่จะดื่มน้ำมะนาว และควรจะบ้วนปากด้วยน้ำสะอาดหลังจากที่ดื่มทุกครั้งค่ะ
hot_water_lemon_news_625x430-600x412
เติมความชุ่มชื่นให้ร่างกาย
          น้ำมะนาวและน้ำอุ่นจะช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงโดยการให้ความชุ่มชื้นและเติมของเหลวในร่างกายที่หายไป เมื่อร่างกายของคุณขาดน้ำ จะทำให้เกิดผลกระทบมากมาย อาทิเช่น รู้สึกเหนื่อย ท้องผูก ภูมิคุ้มกันต่ำ ความดันโลหิตต่ำ หมดแรง นอนไม่หลับ อารมณ์ไม่ดีและรู้สึกเครียด
 enlightenedช่วยลดน้ำหนัก
           มะนาวมีไฟเบอร์สูงซึ่งทำให้เรารู้สึกอิ่ม จึงช่วยควบคุมความอยากอาหารได้ มีการศึกษาแสดงให้เห็นว่าผู้ที่บริโภคอาหารที่มีฤทธิ์เป็นด่างจะทำให้สามารถลดน้ำหนักได้เร็วกว่าปกติ ดังนั้นการดื่มมะนาวในตอนเช้าจะช่วยทำให้ความอยากอาหารลดลงและสามารถลดน้ำหนักได้จริง

          ทราบอย่างนี้แล้วเชื่อว่าหลาย ๆ คนคงหันมาให้ความสนใจในการดื่มน้้ำมะนาวอุ่น ๆ ในตอนเช้าเพิ่มขึ้นใช่ไหมล่ะคะ แล้วก็ใครที่ทดลองแล้วได้ผลดี ก็อย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะจ๊ะ
 ขอขอบคุณสำหรับเนื้อหาจาก : Kapook.com 


ไม่ออกกำลังกาย..สารอาหารประเภทไหนช่วยคุณได้?

ไม่ออกกำลังกาย..สารอาหารประเภทไหนช่วยคุณได้?



       

         หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย วันๆไม่ทำอะไรอยู่แต่บ้านนอนดูแต่ทีวี พร้อมกับการรับประทานทั้งวัน หากคุณเป็นแบบนี้แล้วล่ะก็ ฟันธงโดยไม่ต้องอาศัยหมอลักษณ์ได้เลยว่าอีกไม่ช้าไม่นาน โรคอ้วนมาเยี่ยมคุณแน่นอน ซึ่งนอกจากโรคอ้วนเกินพิกัดแล้ว คุณยังอาจอยู่ในกลุ่มเสี่ยงโรคทางหัวใจและหลอดเลือดได้อีกด้วย ทั้งนี้อาจนับรวมไปถึงผู้ป่วยที่นอนป่วยนานๆหรือเพิ่งจะฟื้นไข้ก็ได้ ดังนั้นวันนี้เรามีสูตรวิตามิน 5 ชนิดที่เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยจะได้ยืดเส้นยืดสาย อาจช่วยให้คุณห่างไกลจากโรคดังกล่าว 
omega-3




 1. Omega-3 Fatty Acids พบมากในน้ำมันปลาและน้ำมันเมล็ดลินิน (Flax seed ) ซึ่งจะให้สัดส่วนของกรดไขมันชนิด EPA สูง โดยปริมาณ EPA ที่แนะนำ / วันควรอยู่ในช่วง 250-3,000 mg. และควรระวังซักนิดหากคุณต้องทานยาต้านการเกาะตัวของเกล็ดเลือดอยู่ก่อน ข้อดีสำหรับ Omega-3 คือ การปรับปรุงระบบการทำงานของหลอดเลือดและหัวใจ ระบบประสาท การสืบพันธุ์ และภูมิต้านทานร่างกาย นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณทางเภสัชวิทยาในการเป็น สารต้านการ clot ของเลือด ช่วยลดระดับไขมันในเลือด สารต้านอักเสบ บำรุงสุขภาพผมผิวและเล็บ และจุดเด่นสำคัญคือการช่วยนำส่ง Oxygen ไปยังเซลล์ต่างๆทั่วร่างกาย ซึ่งสัมพันธ์กับการลดอาการเบื่อและขี้เกียจได้ 
Citrus-Bioflavonoids-Complex
  2. Bioflavonoid ขนาดรับประทาน 50-300 mg./ วัน ร่วมกับการทานวิตามิน C 500-3,000 mg./ วันจะให้ผลในเรื่องความ แข็งแรงของผนังหลอดเลือดฝอย ซึ่งจะช่วยป้องกันการแข็งตัวของเลือดจากการนั่งนานๆ 
chesunat-nai-estestveniat-antibiotik
  3. Garlic ซึ่งจะให้สารสำคัญที่เป็นกลิ่นเฉพาะตัวของกระเทียมที่ชื่อ Allicin โดยขนาดที่แนะนำควรอยู่ระหว่าง 600-5,000 mcg./ วัน ซึ่งจะให้ประโยชน์ในแง่ของการลดการเกาะตัวของเลือด ลดความดันเลือด ลดระดับไขมันและน้ำตาลในเลือด ต้านการติดเชื้อแบคทีเรียและไวรัส และควรระวังซักนิดหากคุณต้องทานยาต้านการเกาะตัวของเกล็ดเลือดอยู่ก่อนแล้ว 

        4. Folic Acid ขนาดรับประทาน 400-1,000 mcg./ วัน ( หากเป็นสตรีตั้งครรภ์ควรได้รับ 600 mcg. และ 500 mcg. ใน สตรีให้นมบุตร ) ข้อดีของกรดโฟลิก คือการลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ช่วยปรับความผิดปกติทางอารมณ์ที่ไม่รุนแรงนัก ความรู้สึกซึมเศร้า เบื่อหน่ายซึ่งอาจจะมีสาเหตุมาจากการขาดการออกกำลังกาย นอกจากนี้หากรับประทานกรดโฟลิกขนาดสูงนานๆ ควรได้รับวิตามิน B12 เพิ่มเติมเนื่องจากกรดโฟลิกสามารถบดบังภาวะการขาด B 12 ในบางรายได้ 


        5. Chromium ขนาด 50-200 mcg./ วัน ในรูป Chromium Picolinate ซึ่งเป็นรูปแบบที่ดีที่สุดในแง่การดูดซึมและให้ประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งจะให้ฤทธิ์ในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและปรับปรุงระบบเมตาบอลิซึม ทำให้สามารถลดการอยากอาหารในผู้ที่ชอบทานขนมจุบจิบได้ นอกจากนี้ยังสามารถกระตุ้นการทำงานของระบบอินซูลินในร่างกายได้
image (2)
นอกจากนี้ควรจะมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำเนินชีวิตประจำวันของคุณด้วย โดยอาจหาวิธีออกกำลังกายทดแทนหรืองานอดิเรกที่ชื่นชอบทำ เช่น เดินขึ้น-ลงบันไดแทนการใช้ลิฟท์ ทำงานบ้าน ทำสวน ล้างรถฯลฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะมีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของคุณที่น่าเบื่อและไม่เป็นผลดีต่อร่างกาย มาเป็นนักกิจกรรมตัวยงที่มีสุขภาพดีคนหนึ่งเลยทีเดียว
ขอขอบคุณเนื้อหาจาก : www.siamsport.co.th


การขออโหสิกรรมจากการทำแท้ง (ฉบับสมบูรณ์) (1 แชร์ เท่ากับ 1 ธรรมทาน)




ไม่ได้ขอกันง่ายๆ เด็กมันไม่ไปเกิด มันก็ไม่หยุดอาฆาต สร้างโบสถ์สร้างวัดให้มัน มันก็ไม่เอา จะไปตัดกรรมที่ไหนก็ไม่ได้ผล มีวิธีเดียวที่ทำได้คือวิธีนี้ จบหมด ตัดขาดจากกันนับบัดนี้ เด็กมันจะได้ไปเกิด(รอสิ้นอายุขัย) แล้วทุกอย่างจะเบาบาง คนที่เคยทำกรรมดังกล่าวมา ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ กรรมนั้นย่อมติดตัวเสมอ. ที่ช่วยคือช่วยเด็กให้จิตวิญญาณนั้นได้มีโอกาสได้อโหสิกรรมให้เรา
คนที่ทำกรรมนี้ ชีวิตจะเป็นดังนี้
1. เจ็บป่วยจนตาย
2. ชีวิตดิ่งลง ไม่มีวันได้ดี
3. หนักตัว
4. อยู่กับใครไม่ได้นาน
5. จะมีแต่ปัญหาในชีวิต
6. ทำอะไรไม่ขึ้น
7. ตราบาปติดหน้า
8. ราศีไม่จับ
9. ตายไม่สวย


วิธีเป็นหนทางเดียวที่ตัดมันได้ กรรมอันสูงสุดไม่ได้ขออโหสิกันง่ายๆ. เป็นไปได้อย่าทำ อย่าฆ่าเขา ชีวิต 1 ชีวิต มีค่าเท่าชีวิตตัวคุณเอง
การทำแท้งเป็นกรรมหนักฆ่ามนุษย์ เป็นการตัดสิทธิ์ ตัดโอกาส ของวิญญาณที่จะมาเกิดแต่กลับไม่ได้เกิด แล้วเค้าไม่มีความผิดใดๆ โดยเกิดจาการกระทำของพ่อและแม่ วิญญาณเด็กที่ทำแท้งจึงอาฆาต
เนื่องจาก ยังไม่ได้จุติมาเป็นคน พวกนี้จะยังไม่เรียกผีแต่เรียกว่า พรายจะคอยกัดกินตามร่างกายของผู้ที่เป็นพ่อ เป็นแม่ทำให้ปวดหลังไหล่ท้องหรือแขนขาโดยไม่ทราพสาเหตุ เค้าจะรอจังหวะที่ผู้เป็นพ่อเป็นแม่ดวงขึ้นถึงขีดสุด แล้วกระชากลงมาทีเดียว

เพื่อให้สาสมกับสิ่งที่คุณทำกับเขาตอนที่เค้ากำลังได้เกิด กลับไปกระชากชีวิตเค้าก่อนที่เค้าจะมีตัวมีตน เป็นกรรมที่ทำกับเขาตอนที่เค้ายังไม่มีตัวตน ที่สมบูรณ์ในพระไตรปิฏก แม้แต่ปฏิสนธิได้หนึ่งวันก็ถือว่าเป็นสัตว์มนุษย์ คนส่วนใหญ่จะเข้าใจผิดเกี่ยวกับวิธีการขออโหสิกรรมทำแท้ง คือมักจะทำบุญให้สร้างพระให้ แต่ถามว่าให้ใคร ศพเขาอยู่ใหน ทิ้งใหนแล้ว ยด้ประกอบพิธีทางศาสนาให้เขาบ้างใหม๋ เขามีชื่อหรือยัง จะอุทิศให้ได้ยังไงท่าไม่รู้จักชื่อ ฉนั้น การทำตามธรรมเนียมประเพณีนิยมจึง เหมาะสมที่สุด คือการทำสังฆทานอุทิศ หรือบางที่เรียกว่าแจกข้าวหาญาติผู้ตาย
และผู้ที่จะกระทำให้ได้ต้องเป็นพระเท่านั้น เรียกว่าปฏิฆาหก คือผู้อยู่ท่ามกลางระหว่างความเป็นความตาย จึงจะเหมาะสมที่สุด
วิธีขออโหสิกรรม/ขอขมากรรม
1. ให้ไปซื้อตุ๊กตาเล็กๆ มาสองตัว หญิงหนึ่งชายหนึ่งให้สมมุติเป็นตัวเขา เพราะตอนทำแท้งตัวเขาไม่มีรูปกาย ให้สมมุติเป็นหญิงตัว ชายตัว เนื่องจากเราไม่รู้ว่าลูกในท้องเป็นเพศอะไร เราจึงทำให้ทั้งสองเพศโดยให้ตั้งชื่อเค้าและใส่นามสกุลของเราเขียนติดที่ตุ๊กตาทั้งสอง
2. ให้ใช้นม 6 กล่อง คืออายตนะทั้งหมด หู ตา จมูก ลิ้น กาย ใจ และนมจะเป็นนมวัวแดง ก็ได้ จากนั้นให้นำเงินใส่ในกล่องนั้น กล่องละ 50 บาท แทนขันธ์ 5 ดอกไม้ ธูป เทียน 1 ชุดสังฆทานเครื่องซักล้างต่างๆ เช่น สบู่ แฟ๊ป น้ำยาล้างจาน ยาสีฟัน น้ำยาล้างห้องน้ำฯลฯ เป็นการล้างมลทิน ข้อขัดข้องที่ติดอยู่ในใจ เป็นการชำระล้างให้สะอาด
3. พริกแห้ง เกลือ ข้าวสารสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ทางโลกวิญญาณ เพราะเป็นของที่มีค่าทางโลกวิญญาณ เสมือนเงินทอง สังเกตได้จากสมัยก่อนเค้าเผาพริก เผาเกลือ เพื่อ สาบแช่ง เป็นเสมือนการจ้างผีให้ไปทำร้ายคน
4. ร่ม 2 คัน, ร้องเท้า 2 คู่, เสื้อผ้าผู้หญิง 1 ชุด (เสื้อ+ผ้าถุง), เสื้อผ้าผู้ชาย 1 ชุด(เสื้อ+ผ้าขาวม้า) ความหมายว่าให้เค้ามีร้องเท้าใส่ มีเสื้อใส่ มีร่มใช้ เพื่อการเดินทางสู่สัมปรายภพรอการมาเกิดใหม่อีกรอบ

5ปัจจัย 4 ซอง หรือตามจำนวนพระ ที่เราจะกระทำสังฆทานอุทิศจะใส่เท่าไร่ก็ได้

6ให้จัดเตรียมสำรับกับข้าว อาหารคาวหวาน โดยที่เป็นอาหารเราชอบ 6 อย่าง พร้อมข้าว ไปถวายพระ 1 ชุด กะให้พอ ต่อจำนวนพระทีจะถวาย อีก ชุด 1 สำรับทำเป็น ภาเวร หรือ แต่งภาข้าวน้อย
หรือ เราเตรียมอีกทำเป็นกระธง และใส่ลงไป เสมือนการอุทิศ เป็นสังฆแทน ให้เอาไปวางใต้ต้นไม้และเรียกเค้ามากิน มารับรู้ว่าเราอุทิศให้ ก่อน จะยกไปวางใต้ต้นไม้ต้นใดต้นหนึ่งให้ไปหาพระนั้น
ให้ยกยปกาพระองค์ที่เป็นหัวหน้หวือ อาวุโสสุด ในที่นั้น หยาดน้ำ กรือกรวดร้ำใส่ใน สำรับ ภาเวร ให้ถ้าเราไม่รู้พรรษาพระ หรือ พระอายุไม่ถึง พรรษา 5 ให้ใช้พระทั้งหมด 4 รูปขึ้นไป
เพราะพระที่ทำควรมีพรรษามากกว่า 5 พรรษา เพราะมีนัยยะว่า พระทีมีพรรษา 5 พรรษา สามารถปกครองตัวเองได้ และเค้าจะรู้วินัย รู้สิขาบท คือสามารถตัดสินใจทำพิธี ต่างๆได้

โดยไม่ต้องปรึกษา กรรมวาจาจารย์ และ อนุสาวนาจารย์ หากมีพรรษาไม่ถึง 5 ควรใช้พระ 4 รูป เค้าจะสวดอภิธรรมเจ็ดคัมภีร์ ซึ่งเป็นธรรมหมวดที่พระพุทธเจ้า เลือกคัดสรรแล้วว่าเป็นธรรมที่ประประเสริฐที่สุด ควรคู่กับการโปรดพระมารดา เทวะบุตร บนสวรรค์ จะว่าด้วย บทที่ว่า กุสลาธัมมา อกุสลาธัมมาฯลฯ
และสุดท้ายให้จบท้ายด้วย เหตุปัจจะโย ซึ่งสำคัญ เนื่องจาก สิ่งทั้งหลายมีเหตุ มีปัจจัยมาปรุงแต่ง ให้เป็นไปตามปัจจัย จะทำให้จิตวิญญาณแรงอาฆาตของลูก จะอ่อนลง และพระจะชักชัก บังสุกุลตายก่อน จะขึ้นว่า ขั้นตอนการพิธีเราจัดเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว ยป หาพระก็พร้อม เอาของตามข้อ 1 2 3 4 5 ใส่ภาชนะใหญ่พอควร หรือจะเป็น กาละมัง ให้มีดอกไม้ใบไม้อนู่ข้างบน เอาเชือก หรือสายสินธุ์ วางพาดตุุกตาและของทั้งหมด โดย โยงไปให้พระ ทุกรูป ชัก อนิจา
โดยลำดับสวดดังนี้

1นามะรูปัง(ชื่อ.....) อนิจาวะตะลังขารา ฯลฯ
2 นะโม ฯลฯ
3 กุสลาธัมมา ฯลฯ
4 เหตุปัจจะโย
พอจบก็ถวายสำรับอาการกับข้าวพร้อมทั้งเครื่องบริวารต่างๆ


ซึ่งเป็นบทที่บังคับตามถูกต้องตามกฏของพุทธธรรมและวิญญาณจะยอมตาย เมื่อยอมตายแล้วก็จะเป็นไปตามวัฎจักร แล้ววิญญาณจะยอมไปแต่โดยดี ซึ่งเป็นการแก้เหตุให้ถูกจุด เมื่อถวายภัตตาหารแล้ว
ก็จะให้พรดรวดน้ำ มี ยถาลัพพีไปจนจบและจะต่อด้วย “อะยัญจะ โข ทักขิณา ทินนา”และว่าเรื่อยๆถึง “เปตานะ ปูชา”
ช่วงนี้ให้เรานึกถึงเขาถึงลูกที่เราไม่เคยนึกถึงเรียกชื่อตามที่เราตั่งให้ ซึ่งหมายถึงปูชาแด่ ชื่อลูกชื่อ น้อง1… น้อง2…
และสวดต่อจนจบพิธี คืออุทิศส่วนเค้าไปภพหน้า เมื่อจบพิธีแล้วจะมีสำรับอีกชุดหนึ่งที่เราเตรียมไว้ เรายกขึ้นแล้วว่า
“ อิมานิอิมัง โภชนะ ภาชะนัง อุทะกัง ถะเปคะวา น้องหนึ่ง น้องสอง โหมิ
ทุติยัมปิ อิมานิอิมัง โภชนะ ภาชะนัง อุทะกังถะเปตะวา น้องหนึ่ง น้องสอง โหมิ
ตะติยัมปิ อิมานิอิมัง โภชนะ ภาชะนัง อุทะกังถะเปตะวา น้องหนึ่ง น้องสอง โหมิ”
และพระจะหยิบน้ำมากรวดใส่ในสำรับนั้น ว่า
"อิทังเมญาตินังโหตุ สุขิตาโหตุ ญาตโย "
และสวดจบ เราก็ยกไปวางใต้ต้นไม้ให้เราทำธูปเทียนไปปักที่กับข้าว จุดและฝังที่ต้นไม้ต้นใดต้นหนึ่ง เป็นการจุด เรียกจิตเค้ามา ให้รับรู้ เขาจะรับรู้หรือไม่รับรู้ก็ตาม เป็นการทำบุญอุทิศ แล้วเราจะพูดขอโทษขออภัยหรือจะบอกกล่าวสั่งเสียอะไรเราก็จะพูดอธิถานเอาตอนนี้
แล้วตุ๊กตา นั้นเอาไ่ปเผา เสร็จแล้วเราก็กรวดน้ำให้ เป็นการฌาปนกิจเป็นให้เขาตามสมมุติโลกนิยมเป็นเสร็จพิธี

แล้วจะไปปล่อยปลา อีกต่อหนึ่งก็ ยิ่งดีเป็นเป็นการให้ชีวิต เพราะคนที่จะมาเกิดเป็นลูกจะต้องมีบุญวาสนาต่อกัน ในอดีตชาติ อย่างน้อยก็เป็นการกระทำที่ทำได้ให้เขาเป็นสุข ให้ใจเราเป็นสุข ตามแบบ ศาสนาพิธีนิยม
“คนทุกคนมีการทำผิด คนทุกคนมีการทำพลาด แต่ในเมื่อทำผิดพลาดแล้ว ก็ควรแก้ให้ถูกจุด ปัญหาก็เบาบางลง” 

กำลังไดเอท !! ต้องดูอาหารที่ห้ามกินมีผล อันตรายต่อสุขภาพมาก ๆ ??

อาหารเช้าถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญของสุขภาพที่ดีเป็นสิ่งสำคัญมากๆสำหรับมนุษย์เรา อาหารเช้าถือว่าเป็นอาหารที่ให้พลังงานในการทำงานในตอนเช้า แต่ก็จะมีอาหารบางอย่างที่ไม่ควรกินในตอนเช้าหรือเวลาที่หิวมากๆ


กล้วย หลีกเลี่ยงอาหารด้วยการกินกล้วยในตอนเช้า ในกล้วยนั้นมีโพแทสเซียมที่สามารถช่วยให้หลับง่ายและมีแม็กนีเซียมจำนวนมาก  ถ้าเราอดอาหาร ปริมาณของแม็กนีเซียมในหลอดเลือดจะเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบให้แม็กนีเซียมมีปัญหาต่อการทำงานของหัวใจ  ถ้ายิ่งหิว ๆ มากแล้วไปกินกล้วยนะ จะมีการสร้างแก๊สในกระเพาะอย่างรวดเร็ว แก๊สนี้สามารถทำให้ ทำให้การทำงานต่าง ๆ ในร่างกายช้าลง จะไปกดทับ หลอดเลือดให้ทำงานติดขัด  และเป็นปัญหาก่อให้เกิดโรคต่างๆ


ถ้าท้องเราว่างอยู่แล้วกินสับปะรด รับรองเอมไซม์ของสับปะรดจะกัดกระเพาะของเราดังนั้นถ้าอยากกินสับปะรดต้องกินหลังจากกินอาหารแล้ว ถ้ากินในมือเย็นจะดีมาก ๆ ช่วยเป็นยาระบายอ่อนๆ ถ้าทานมากเกินไปอาจทำให้ท้องเสียได้   และถ้าในหญิงตั้งครรภ์ กินมากเกินไป ทำให้มดลูกบีบตัวอย่างรุนแรง สามารถทำให้แท้งได้

ในน้ำเย็นหรือน้ำอัดลมเย็น ๆ  ถ้าเรายังไม่ได้กินข้าว  แล้วมากิน  น้าเย็นๆสามารถทำให้อุณหภูมิในท้องลดลงและเกิดอาการปวดท้องได้   ทำให้ย่อยอาหารได้ยากขึ้นและถ้าร่างกายดูดซึมน้ำตาลมากเกินไปเป็นอันตรายมาก ๆ  และสำหรับผู้หญิงที่เป็นประจำเดือน  ถ้ากินน้ำเย็นมากๆจะทำให้ปวดท้องอย่างรุนแรง

น้ำเย็น




น้ำอัดลม


ทำไม “กินกล้วยน้ำว้า” มื้อเช้าจึงมีประโยชน์มาก






วิธีหนึ่งที่น่าสนใจและกำลังเป็นที่นิยมในประเทศญี่ปุ่นก็คือการกินกล้วยมื้อเช้าหลายคนอาจท หน้างง ๆว่าทำไมต้องเป็นกล้วยมื้อเช้าเป็น แอปเปิ้ล มะละกอ แตงโม ระกำบ้างได้ไหม Kaijeaw(ไข่เจียว)ก็ขอแนะนำตรงนี้ เลยว่า 

Q

          กล้วย นับเป็น ผลไม้ ที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดชนิดหนึ่งในกล้วยนั้นจะมีวิตามิน บี 1 และบี 2 ที่ช่วยในการเร่งเผาผลาญน้ำตาลและ ไขมันทั้งยังช่วยฟื้นฟูร่างกายจากเหนื่อยล้าอีกด้วย และยังมีโปแตสเซียมช่วยในการขับโซเดียมอันเป็นหนึ่งในตัวการที่จะทำให้ความดันเลือดสูงออกทาง ปัสสาวะและส่งผลให้ลดการบวมขอร่างกายได้ แมกนีเซียมในกล้วยยังช่วยควบคุม ความดัน เลือด และ การทำงานของแคลเซียมในร่างกายเส้นใยที่มีอยู่ในกล้วย จะส่งผลให้ระบบการขับถ่ายในแต่ละวันของร่างกายเราดีขึ้นกล้วยยังมีเซโรเทนินที่ช่วยลดอาการหงุดหงิดและทำให้นอนหลับสบายยิ่งขึ้นอีกด้วย 
 กล้วย ยังมี คุณประโยชน์ อีกหลากหลายชนิดทั้ง ไฟโตเคมิคัล ที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ ป้องกัน มะเร็ง มีเอนไซม์ช่วยในการย่อยอาหาร ทำให้กระเพาะอาหาร และลำไส้ทำงานหนักลดลงใน กล้วยดิบ ยัง มีฤทธิ์ในการขับพิษสูงและหาก กล้วยสุก ก็ทำให้ร่างกายสร้างสารภูมิคุ้มกันให้สูงขึ้น กว่าปกติอีกด้วยทั้งหมดเป็นประโยชน์ที่ได้รับจากการ กินกล้วย เพียงอย่างเดียวเท่านั้นซึ่ง กิน ตอนไหน ก็ได้แต่หากเรา เฉพาะเจาะจง ให้การกินกล้วยได้ผลสูงสุดต้องเป็น ตอนเช้าทั้งหมด ก็เพื่อจำกัดการทำงานของกระเพาะ และ ลำไส้ให้น้อย ที่สุดและจะทำให้ร่างกายได้รับการ ฟื้นฟูสภาพอย่างเต็มที่การกินกล้วย ตอนเช้านั้นจะทำให้ ร่างกาย ได้รับปริมาณน้ำที่พอดีการไหลเวียนของของเหลวในร่างกายก็จะดีขึ้น และหากอยากให้ ได้ผลอย่างจริงจัง ก็ต้องกิน เฉพาะ กล้วยกับน้ำเปล่า เท่านั้นรวมทั้ง ต้องนอน ก่อน 4 ทุ่ม อีกด้วยและถ้า เกิดหิวขึ้น กลางดึกก็ควร จะกิน ผลไม้ เท่านั้น



giam-can-bang-chuoi-1
       
           ในยุคปัจจุบันด้วยแล้ว ช่วงเวลาตอนเช้า เป็นช่วงเวลา ที่เร่งรีบ ที่สุดบางคน ถึงกับไม่กินอาหาร เช้ากันเลยหรือ ไม่ก็เลือกกินเพียงแค่กาแฟกับขนมปัง เท่านั้นดังนั้น ถ้าหากลองเปลี่ยนช่วงเวลาแห่งความเร่งรีบมากินกล้วย ตอนเช้า ก็น่าจะ สะดวกง่ายดาย แถม กล้วย ยังเป็น ผลไม้ที่มีเอนไซม์เยอะ ทำให้เมื่อกล้วยเคลื่อนที่เข้าไปสู่กระเพาะ การย่อยก็ไม่จำเป็นกล้วย จึง เคลื่อนที่สู่ลำไส้ และเริ่มดูดซึมไปใช้กับ ร่างกายได้อย่างรวดเร็วการ กินกล้วย มื้อเช้า ยังมีส่วนช่วยทำให้อาการท้องผูกหายไป และส่งผลให้อุจจาระที่ตกค้างอยู่ในร่างกายค่อย ๆ ลดลง อีกด้วยบางคน ที่มีน้ำหนักเกินนั้น ไม่ได้เพียงเพราะมีไขมันล้นเกินเพียง อย่างเดียวแต่เนื่องจากมีของเสียสะสมอยู่ในร่างกายมากเกินไปต่างหาก (บางคนมีอุจจาระสะสมอยู่ในตัวตั้ง 10 กิโลกรัม )


           เพราะฉะนั้น หลังจาก เริ่มกินกล้วย มื้อเช้าไปแล้ว ของเสียต่าง ๆ จะเริ่ม ค่อย ๆ ถูก ขับออกมา จนน้ำหนักลดลงการ กินกล้วย มื้อเช้า เพื่อหวังผลในการลดน้ำหนัก นั้นอาจจะไม่ได้ผลในช่วง แรก ๆ ไม่ใช่ว่า กินเพียงแค่วัน สองวันแล้ว จะได้ผล เลยทันที แต่ต้องทำต่อเนื่องติดต่อกินสัก ระยะ และหาก อยากลด น้ำหนักอย่างจริงจังลองจด ทุกอย่างที่กินเข้าไปในแต่ละวัน เริ่มตั้งแต่ตื่นเช้าจนเข้านอน การจดจะช่วยทำให้คุณได้เข้าใจ มากขึ้น ว่าใน แต่ละวัน คุณกินอะไรเข้าไปบ้างการ กินกล้วยมื้อเช้านั้น ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่จะช่วยทำให้คุณไม่ต้องอด ไม่ต้องทน ไม่เปลืองเวลาและไม่เปลืองเงินเพราะในระหว่างวันนั้น คุณอยากกินอะไรอยากทำอะไรก็ทำได้

( ยกเว้น เงื่อนไข ตามที่ บอกไป ตอนต้น )
แต่ ถ้าคุณ อยากรู้ว่า ได้ผล จริง หรือ ไม่
วันนี้ กินกล้วย ตอนเช้า ดูนะครับ